อนันดาฯประเมินตลาดพลาด พับคอนโดหมื่นล้าน คืนเงินจอง

อสังหาฯขาลง แผลงฤทธิ์ “อนันดาฯ" ประเมินตลาดพลาด ปรับแผนยุติโครงการหมื่นล้าน "ไอดีโอ คิว พหลฯ-สะพานควาย" คืนเงินจองลูกค้า เล็งปรับรูปแบบ-ราคา เปิดตัวอีกครั้งปี63


วิธีกำจัดรอยเหี่ยวย่นที่ “คอ” เห็นผลใน 7 วัน ...
ผู้หญิงอายุ 49 แต่ยังสวยใสเหมือนสาววัยรุ่น! อ่านตรงนี้! ดูวิธี.... ผิวดูอ่อนเยาว์ลงถึง 15 ปี ! มาดูกันว่า
 
ตามจดหมายเปิดผนึก (สเตทเมนท์) ที่บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ส่งถึงสื่อมวลชน ชี้แจงถึงการ“ยุติโครงการ”คอนโดมิเนียมไอดีโอ คิว (Ideo Q) พหลฯ-สะพานควาย มูลค่าโครงการกว่า 1 หมื่นล้านบาท ทำเลอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าสะพานควาย 0 เมตร โดยปัจจุบันมียอดจอง154 ยูนิต หรือคิดเป็น 39% ของจำนวนยูนิตที่เปิดขายในเฟสแรก จำนวนรวม 396 ยูนิต จากจำนวนยูนิตทั้งหมดรวม 3 เฟส จำนวน 1,114 ยูนิต

ทั้งนี้เนื้อหาในจดหมายเปิดผนึกมีใจความโดยสรุปว่า ตามที่ได้เปิดตัวพร้อมเปิดให้มีการจองซื้อคอนโดในโครงการดังกล่าวไปในช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ด้วยโครงการตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพสูง อยู่ติดกับรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสะพานควายเพียง 0 เมตร เมื่อบริษัทได้เปิดให้มีการจองซื้อมาระยะหนึ่ง จึงได้ทราบว่ายังมีกลุ่มลูกค้าอีกเป็นจำนวนมากที่มีความสนใจและต้องการเข้าถึงโครงการดังกล่าว บริษัทจึงพิจารณาปรับรูปแบบและราคาของโครงการให้มีความเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่มากยิ่งขึ้น โดยคาดว่าจะเปิดตัวโครงการอีกครั้งต้นปี 2563


แหล่งข่าวจากบมจ.อนันดาฯ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่มีมูลค่าสูงสุดเท่าที่ดำเนินการมานับจากก่อตั้งบริษัท เป็นการเปิดตัวโครงการที่สองในปีนี้ โดยยืนยันว่า อยู่ระหว่างคืนเงินจองให้กับลูกค้าเต็มจำนวน พร้อมกับให้สิทธิประโยชน์ให้ลูกค้าเดิมสามารถจองสิทธิ์เลือกยูนิตได้ก่อนลูกค้าใหม่

พร้อมยอมรับว่า จังหวะการเปิดโครงการอาจไม่เหมาะสมนักจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยจากการติดตามความต้องการของลูกค้าพบว่ามีความต้องการเข้ามามากแต่ไม่สามารถจองได้เพราะราคาเอื้อมไม่ถึง โดยโครงการภายใต้แบรนด์ไอดีโอ คิว พหลฯ-สะพานควาย ถือเป็นโครงการระดับพรีเมี่ยม ราคาขายอยู่ที่ขั้นต่ำ 5.5 ล้านบาทต่อห้องขนาด 26 ตารางเมตร(ตร.ม.) หรือ 2.2 แสนบาทต่อตารางเมตร (ตร.ม.) จากนี้อาจจะต้องปรับแบรนด์ไปเจาะกลุ่มตลาดกลางบนแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แบรนด์ในระดับกลางบน ของอนันดาฯ ได้แก่ ไอดิโอ และ ไอดิโอ โมบิ ขณะที่โครงการดังกล่าว เป็นโครงการร่วมทุนระหว่างอนันดา กับ มิตซุย ฟูโดซัง โดยตั้งแต่ ปี 2556- 2562 มีโครงการร่วมทุนกับมิตซุยฯจำนวน 38 โครงการ มูลค่า 157,600 ล้านบาท

ด้านแหล่งข่าววงการอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า กรณีอนันดาฯยุติโครงการและคืนเงินจองเป็นทางออกที่ดี ในการแก้ปัญหา เพราะโดยปกติค่าก่อสร้างแพงกว่าที่ดินถึง 2 เท่า ถ้าก่อสร้างไปแล้วต้องลดแลกแจก ยิ่งถ้าไม่มีความต้องการรองรับก็อาจต้องขาดทุน สู้หยุดโครงการคืนเงินดีกว่า เพราะที่ดินไม่เสื่อมค่า ถือว่าปรับตัวเร็ว ซึ่งดีทั้งกับเจ้าของโครงการและลูกค้า ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายกับระบบเศรษฐกิจ เจ้าของโครงการถือที่ดินรอเวลาที่เหมาะสมไปก่อน ดีกว่าขึ้นโครงการแล้วโอนไม่หมด จ่ายหนี้สถาบันการเงินไม่ได้กลายเป็นหนี้เสียเกิดขึ้นตามมา

แหล่งข่าวคนเดิม ยังประเมินว่า ทำเลสะพานควายแตกต่างจากอารีย์ หากทำโครงการที่อารีย์ ในราคาเริ่มต้นที่ 2.2 แสนบาทต่อตร.ม. ในโครงการนี้ถือว่าตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเพราะอารีย์เป็นไพร์ม โลเคชั่น ของกรุงเทพฯอีกทำเลหนึ่ง ขณะที่ราคาคอนโดทำเลสะพานควายอยู่ในช่วงราคา 1.3-1.7 แสนบาทต่อตร.ม. และถ้าย้อนไป 5 ปีก่อนราคาจะอยู่ที่ 7-8 หมื่นบาทต่อตร.ม.


ขณะที่โครงการนี้ของอนันดาฯเริ่มต้นมาที่ 2.2 แสนบาทต่อตร.ม.ในระดับราคานี้ ลูกค้ามองว่า ไปซื้อคอนโดย่านสุขุมวิท สีลม หลังสวน สาทร ดีกว่าเพราะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อระดับบน ปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากความผิดพลาดในการศึกษาข้อมูลตลาดที่ไม่ดีพอ สองคือเป็นช่วงขาลงของตลาดอสังหาฯในปีนี้ เพราะกำลังซื้อในทุกโครงการ โครงการพรีเซลในทุกโครงการปัจจุบันยอดขายต่ำกว่าเป้า

“ขณะนี้ถือเป็นช่วงขาลงของตลาดอสังหาฯ โดยเฉพาะคอนโด ถ้าไม่มีนโยบายจากรัฐบาลเข้ามาช่วยครึ่งปีหลัง เชื่อว่าตลาดอาจจะซึมยาวไปถึงปี2563 เพราะชะลอตัวทั้งซัพพลายและดีมานด์ ยิ่งถ้าเป็นโครงการที่เปิดตัวมาแล้วโลเคชั่นไม่เหมาะสมกับราคาและโปรดักท์ผู้ประกอบการเจ็บตัวหนัก ”

นายภัทรชัย ทวีวงศ์ รองผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมตลาดของคอนโดในทำเลย่านอารีย์–สะพานควาย พบว่า ปัจจุบันคอนโดแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ย่านอารีย์–สะพานควาย ณ สิ้นเดือน ก.ค. นี้มีโครงการคอนโดที่อยู่ระหว่างการขายทั้งหมดประมาณ 12 โครงการ ประมาณ 3,720 ยูนิต มูลค่าโครงการ 17,826 ล้านบาท ขายไปแล้วประมาณ 2,853 ยูนิต หรือคิดเป็น 77% ของอุปทานที่อยู่ระหว่างการขายทั้งหมด เหลือขายประมาณ 867 ยูนิต หรือคิดเป็น 23%

สำหรับราคาที่ดินย่านนี้ในช่วงที่ผ่านมา มีการปรับราคาขึ้นกว่า 100% มาอยู่ประมาณตารางวา(ตรว.)ละ1 ล้านบาทในช่วง 7 ปีที่ผ่านมาซึ่งแน่นอนว่าเมื่อราคาที่ดินปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ย่อมส่งผลต่อต้นทุนในการพัฒนาของผู้ประกอบการ และสะท้อนกลับมาสู่ราคาขายของโครงการที่ต้องปรับขึ้น

นายอธิป พีชานนท์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ให้ทัศนะว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจากปัจจัยลบเศรษฐกิจ มาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย(แอลทีวี) ทำให้ตลาดคอนโดที่เคยร้อนแรงเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาเข้าสู่หมวดหดตัว โดยคาดว่าปีนี้ คอนโดปีนี้จะติดลบ 20% ส่วนตลาดรวมอสังหาฯ ติดลบอย่างน้อย 5 % ทางออกของผู้ประกอบการ ต้องปรับกลยุทธ์ เพื่อให้สอดคล้องกับกำลังซื้อของลูกค้า แต่แน่นอนว่ายอดขายไม่หวือหวาเหมือนในอดีตที่เปิดขายวันเดียวได้เกินครึ่งโครงการ

โดยปรับแผนให้เหมาะสมกับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป อย่าใช้เงินโฆษณา ค่าการตลาดหมดเร็วต้องเก็บงบประมาณการตลาดไว้ใช้ระยะยาวจนกว่าโครงการสร้างเสร็จประมาณ3ปี

นอกจากนี้ไม่ควรลงทุนเกินตัว ขยายธุรก

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่

 

Ping Sanghin

ประสบการณ์ Online Marketing เกียวกับอสังหาริมทรัพย์กว่า 10 ปี 

About Us

"ทุกเรื่องเกี่ยวกับ บ้าน คอนโด ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ทุกชนิด ที่นี่มีคำตอบ"

ดูรายละเอียดการลงแบนเนอร์โฆษณาได้ที่นี่คลิก

สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 097 235 5964

ลิงค์น่าสนใจ

Top
We use cookies to improve our website. By continuing to use this website, you are giving consent to cookies being used. More details…