อสังหาริมทรัพย์ รถไฟฟ้าดัน“บ้านแนวราบ”นอกเมืองรุ่ง

ปี 2559 การขยายแนวรถไฟฟ้าหลายสายออกสู่นอกเมื่อมีความชัดเจนขึ้น ส่งผลต่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบ บ้านเดี่ยว-ทาวน์เฮ้าส์ และบ้านแฝด

ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่อาศัยที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง ซึ่งชะลอตัวเมื่อปี 2558 ให้กลับมาเติบโต และกลายเป็นตลาดที่โดดเด่น ท่ามกลางภาวะตลาดอสังหาฯ ที่มีความผันผวน และมีปัจจัยลบเกิดขึ้นหลายอย่าง ที่มีผลต่อภาวะจิตใจ ความเชื่อมั่น และเศรษฐกิจ

ขณะที่ภาพรวมการซื้อขายที่อยู่อาศัยทุกประเภทปี 2559 มีมูลค่า 2.99 แสนล้านบาท ลดลง 4% เมื่อเทียบกับปี 2558 ที่มีมูลค่า 3.13 แสนล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2557 ที่มีมูลค่าซื้อขาย 2.67 แสนล้านบาท แต่ในส่วนของตลาดแนวราบ มีมูลค่าซื้อขายเพิ่มขึ้น ทั้งบ้านเดี่ยว และทาวน์เฮ้าส์ โดยการซื้อขายบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด มีมูลค่า 72,826 ล้านบาท เติบโต 3% จากปี 2558 ที่มีมูลค่า 70,381 ล้านบาท เช่นเดียวกับ ทาวน์เฮ้าส์ มีมูลค่า 68,488 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากปี 2558 ที่มีมูลค่า 67,048 ล้านบาท สวนทางกับคอนโดที่มีมูลค่าซื้อขาย 1.58 แสนล้านบาท ลดลง 10% จากปี 2558 ที่มีมูลค่า 1.76 แสนล้านบาท

ด้านซัพพลาย พบว่าเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2558 โดยบ้านเดี่ยวมีโครงการเปิดใหม่มูลค่า 3.14 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปี 2558 ที่มีมูลค่า 3 แสนล้านบาท และทาวน์เฮ้าส์ 1.9 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากปี 2558 ที่มีมูลค่า 1.88 แสนล้านบาท

รถไฟฟ้าเปิดหน้าดินใหม่

ปัจจัยที่ทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ขยายตัวโดดเด่น โดยเฉพาะพื้นที่รอบนอกหรือชานเมือง เกิดจากการขยายแนวรถไฟฟ้าและโครงข่ายคมนาคมในช่วงที่ผ่านมา และอีกหลายสายที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2560 ซึ่งเป็นการเปิดหน้าดินใหม่ในการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบ เพราะผู้บริโภคจะสามารถเดินทางเข้าออกเมืองได้สะดวกขึ้น ทำให้ไม่จำเป็นที่ต้องซื้อที่อยู่อาศัยในเมืองหรือพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในหรือชั้นกลาง ที่ราคาสูงมาก 

นอกจากนี้ แนวราบเป็นสินค้าที่ตลาดมีความต้องการอย่างแท้จริง แตกต่างจากตลาดคอนโดที่มีความต้องการเทียมจากการซื้อเพื่อเก็งกำไรผสมด้วย เมื่อพิจารณาถึงระดับราคาของบ้านแนวราบที่ขยายตัวสูงสุด คือ บ้านระดับราคา 3-5 ล้านบาท คิดเป็น 33% ของจำนวนบ้านจัดสรรทั้งหมดในกรุงเทพฯ กว่า 40,000 ยูนิต

อย่างไรก็ตาม ยอดขายแนวราบที่ดี อยู่ในเฉพาะโครงการของผู้ประกอบรายใหญ่ ทั้งนี้เป็นผลมาจากการที่สถาบันการเงินมีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อโครงการอย่างมาก ทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก จึงไม่สามารถพัฒนาโครงการได้ ทำให้ซัพพลายใหม่ของที่อยู่อาศัยแนวราบเข้าสู่ตลาดในปี 2559 ส่วนใหญ่จะเป็นของผู้ประกอบการรายใหญ่

ทาวน์เฮ้าส์ในเมืองมาแรง

อีกหนึ่งตลาดมาแรง คือ ทาวน์เฮ้าส์ในเมือง ระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป อาศัยช่องว่าง จากการที่ตลาดคอนโดหรู มีราคาที่แพงมาก ระดับ  2-3 แสนบาทต่อตร.ม. ทำให้ทาวน์เฮาส์กลุ่มนี้แทรกตัวเข้าสู่ตลาด ให้ผู้ซื้อได้เปรียบเทียบความคุ้มค่า  โดยตลาดกลุ่มนี้เลือกพัฒนาในทำเลโซนเมืองชั้นใน หรืออยู่ไม่ไกลจากศูนย์กลางธุรกิจ และมีจำนวนยูนิตที่ไม่มาก ซึ่งกลายเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ผลักดันให้ตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบเติบโต

ตลาดทาวน์เฮ้าส์ในเมืองเริ่มโดดเด่นมาในช่วง 1- 2 ปี เพราะความต้องการที่อยู่อาศัยในเมือง ขณะที่ราคาคอนโดปรับตัวขึ้นไปสูงมาก แต่มีพื้นที่ใช้สอยไม่มาก จึงเป็นโอกาสให้ทาวน์เฮ้าส์หรูในเมืองที่มีจำนวนยูนิตไม่มากประมาณ 10-20 ยูนิตแจ้งเกิด โดยมีราคาต่อยูนิตใกล้เคียงกับเพนเฮ้าส์ของคอนโด และลูกค้าตลาดนี้นิยมใช้รถ ไม่นิยมเดินทางด้วยรถไฟฟ้า โครงการจึงไม่จำเป็นจะต้องอยู่ติดรถไฟฟ้ามาก ที่สำคัญมีพื้นที่จอดรถหลายคัน 

นอกจากนี้ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไป จะไม่นิยมซื้อบ้านหรูชานเมือง แต่เป็นกลุ่มทำงานในเมือง กินดื่ม เที่ยวในเมือง ซึ่งแตกต่างกับคนมีกำลังซื้อสูงยุคก่อน ชอบบ้านหลังใหญ่ ที่อยู่นอกเมือง แนวโน้มโครงการลักษณะแบบนี้ จะมีออกมาต่อเนื่องในปี 2560

 

Ping Sanghin

ประสบการณ์ Online Marketing เกียวกับอสังหาริมทรัพย์กว่า 10 ปี 

About Us

"ทุกเรื่องเกี่ยวกับ บ้าน คอนโด ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ทุกชนิด ที่นี่มีคำตอบ"

ดูรายละเอียดการลงแบนเนอร์โฆษณาได้ที่นี่คลิก

สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 097 235 5964

ลิงค์น่าสนใจ

Top
We use cookies to improve our website. By continuing to use this website, you are giving consent to cookies being used. More details…